0 Comments

รู้จักธุรกิจเจลลี่ฟิท แมงกะพรุนย่างกำไรอื้อ ขายง่ายวันละพันไม้เป็นอย่างต่ำ

เมื่อก่อนหากไปเดินตลาดคงเห็นแต่หมูย่าง ไก่ย่าง ปลาหมึกย่าง แต่เดี๋ยวนี้ลองเดินไปดูสิ แทบทุกตลาดจะมีแมงกะพรุนย่างขาย เรียกว่าเป็นเทรนด์เลยก็ว่าได้ ซึ่งผู้นำเทรนด์แมงกะพรุนย่างคือธุรกิจเจลลี่ฟิท ที่เริ่มชิมลานทำแมงกะพรุนเสียบไม้ย่างขายจนประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ไม่ใช่แต่ประเทศไทยเท่านั้นที่ฮิต เพราะธุรกิจของเจลลี่ฟิทนั้นไปไกลถึงต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลี ญี่ปุ่นและจีนต่างก็มาซื้อแฟรนไชส์ไปทำธุรกิจที่บานตัวเอง ซึ่งเจ้าของธุรกิจนี้คลุกคลีกับแมงกะพรุนมานาน เริ่มจากที่บ้านเปิดร้านก๋วยเตี๋ยวเย็นตาโฟ จึงเกิดปิ๊งไอเดียอยากจะทำเมนูให้คนรู้จักแมนกะพรุนกันมากขึ้น เลยเป็นที่มาของแบรนด์เจลลี่ฟิท นอกจากจะเด็ดที่แมงกะพรุนแล้ว น้ำจิ้มยังเด็ดไม่แพ้กัน มีถึง 3 สูตรให้เลือกชิม มีสูตรหวาน สูตรสุกี้และสูตรซีฟู้ด แมงกะพรุนที่แบรนด์นี้เลือกใช้เป็นสายพันธุ์ลอดช่อง ที่สะอาดและไม่เค็ม กรุบกรอบมีความอร่อย และยังมีคอลลาเจนจากธรรมชาติอีกด้วยที่สำคัญไร้ไขมันไม่มีคอเลสเตอรอล จึงถูกใจวัยรุ่น เริ่มแรกที่ขายทำกำไรไปได้กว่า 400 ไม้เลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้เจลลี่ฟิทได้เปิดเป็นธุรกิจแฟรนไชส์เปิดให้ผู้สนใจลงทุนเข้ามาซื้อไปขายทำกำไรได้ เริ่มต้นที่ 5555 บาทก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้แล้ว โดยจะมีหลายแพคเกจให้เลือก แต่ละแพคเกจก็จะต่างกันตรงอุปกรณ์ร้าน และวัตถุดิบและคุณภาพของสินค้านั้นเท่าเทียมกันหมด ใครที่กำลังสนใจอยากจะทำธุรกิจเกี่ยวกับของกินล่ะก็ ลองพิจารณาธุรกิจเจลลี่ฟิทเป็นทางเลือกดู

0 Comments

ธุรกิจแฟรนไชสส้มตำมาละเด้อ ลงทุนไม่มากแต่กำไรปัง

แค่พูดถึงอาหารอีสานน้ำลายก็สอแล้ว เพราะว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติจัดจ้านและถูกปากคนไทยมากที่สุด เราคงจะคุ้นเคยกันดีกับร้านส้มตำข้างทาง ซึ่งวันนี้มีธุรกิจแฟรนไชส์ส้มตำที่ต่อยอดความสำเร็จพัฒนาสูตรอร่อยจนติดปากคนไทย ซึ่งธุรกิจนี้เน้นขายแฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจแม้จะทำไม่เป็นก็สามารถเปิดร้านได้ เจ้าของแฟรนไชส์มีความสนใจเรื่องอาหารมักจะคิดสูตรใหม่ๆ อยู่เสมอโดยเฉพาะการทำน้ำส้มตำ และได้เริ่มศึกษาธุรกิจแฟรนไชส์อย่างจริงจัง จนกลายเป็นธุรกิจส้มตำมาละเด้อที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่สุด เน้นความไว สะดวก ประหยัดเวลาและหาทานได้ง่ายที่สำคัญรสชาติต้องเหมือนกันทุกจน จุดเด่นอยู่ที่ซอสส้มตำที่คิดค้นสูตรเอง น้ำยำ น้ำลาบ น้ำหมักหมูและไก่ ที่ทำออกมาให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งสามารถไปปรุงได้เองตามสูตรที่ให้ไว้ แม้จะตำส้มตำไม่เป็นก็สามารถทำได้แบบไม่ยากนัก เมนูของร้านส้มตำมาละเด้อมีมากกว่า 30 เมนู ซึ่งทุกเมนูเจ้าของธุรกิจเน้นย้ำว่ารสชาตินั้นต้องเหมือนกันทุกสาขา ซึ่งระบบแฟรนไชส์นั้นมีหลายแพคเก็จให้เลือก เริ่มต้นเพียง 19000 บาทก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้แล้ว สิ่งที่ได้รับคือวิธีการปรุง การเลือกวัตถุดิบ สูตรซอสต่างๆ ของทางร้านและสามารถใช้ชื่อแบรนด์ได้ ใครที่สนใจก็ลองติดต่อเจ้าของแบรนด์ดูได้ เหมาะกับคนที่อยากทำธุรกิจแบบครอบครัวและชอบทำอาหาร แต่ไม่รู้จะขายอะไร ก็ลองให้ส้มตำมาละเด้อเป็นทางเลือกดู